กินของหวานอย่างไร ไม่ให้ทำร้ายสุขภาพ

กินของหวานอย่างไร ไม่ให้ทำร้ายสุขภาพ

ทราบหรือไม่? ว่าคนไทยส่วนใหญ่ “เสพติดความหวาน” มากกว่าที่คิด โดยข้อมูลที่ได้รับมาจากกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เคยเก็บข้อมูลไว้ พบว่าคนไทยที่เล่น sa gaming บริโภคน้ำตาลสูงถึงวันละ 20 ช้อนชา! เกินกว่าจำนวนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันถึง 3 เท่าตัว ซึ่งการบริโภคน้ำตาลมากเกินความจำเป็นนั้นทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงสำหรับการเกิดโรค เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

ทำอย่างไรถึงจะสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลได้?

ค่อยๆลดปริมาณ

สำหรับผู้ติดความหวาน ถ้าหากหักดิบไปเลยจะมีผลให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน รู้สึกโหย และต้องการของหวานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นหากตั้งใจว่าจะลดหวานจริงๆจะต้องทำอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป เช่น จากที่เคยกินน้ำอัดลมวันละ 2 ขวด ก็ลองลดเหลือเพียงแค่ขวดเดียว แต่ว่าแบ่งดื่ม 2 ครั้ง เมื่อเริ่มอยู่ตัวก็ค่อยลดลงมาเหลือครึ่งขวด กระทั่งร่างกายปรับพฤติกรรมคุ้นชินแล้ว ก็อาจจะงดดื่มไปเลย

เน้นความหวานจากธรรมชาติ

ลองเปลี่ยนจากการกิน ของหวาน มาเป็นผลไม้ที่จำนวนน้ำตาลไม่สูงมากแทน ด้วยเหตุว่าน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่ให้สารอาหารใดๆต่อร่างกายเลย แต่ว่าถ้าเกิดรับประทานผลไม้ก็ยังได้รับวิตามินแล้วก็ธาตุอื่นๆด้วย นอกจากนั้นใน 24 ชั่วโมง เรายังรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อย่างเช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ของกินประเภทนี้เมื่อย่อยแล้วก็จะกลายเป็นน้ำตาล ดังนั้น อาหารในชีวิตประจำวันก็มีปริมาณน้ำตาลเพียงพอต่อร่างกายแล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องบริโภคน้ำตาลเข้าไปอีก

พักผ่อนให้เพียงพอ

การที่ร่างกายอ่อนเพลีย ระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่คงที่ ร่างกายจึงต้องการพลังงานไปทดแทน โดยเฉพาะความหวาน ที่สามารถลดความเหนื่อยล้า อ่อนแรง และอาการง่วงนอน เพราะฉะนั้น ถ้าหากเรานอนเพียงพอ อย่างน้อยที่สุด 6-7 ชั่วโมง ไม่นอนดึก เพื่อลดการบริโภคตอนช่วงดึก ร่างกายก็จะได้พักอย่างเต็มที่ ฮอร์โมนต่างๆหลั่งออกมาและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีอารมณ์แจ่มใสและไม่เครียด ก็จะไม่รู้สึกอยากของหวาน

Close Menu